» » ทางจักรยาน – ความเชื่อ คือ เข็มทิศ

ทางจักรยาน – ความเชื่อ คือ เข็มทิศ

posted in: Daily ride | 0

motor-x-bike-lane-1

 

บทความนี้ตั้งชื่อตามชื่อหนังสือชุดฟาสฟู๊ดธุรกิจลำดับที่ 22 ของหนุ่มเมืองจันท์ครับ (www.facebook.com/boycitychanFC) หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นอ่าน หลังจากที่มันมากองรวมอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือที่บ้านตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจจะทราบได้ แถมชื่อหนังสือมันดันมาตรงกับหัวข้อเรื่องที่อยากจะเขียน หลังจากที่ได้ไปลอง “ทางจักรยาน(วิบาก)” บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือที่เรียกกันว่าเลียบทางด่านเอกมัยรามอินทรานั่นล่ะครับ

 

ไม่ได้จะมารีวิวเส้นทางหรอกครับ เพราะเพื่อนๆหลายๆคนคงได้มีโอกาสไปทดลองวิบากกันมาบ้างแล้ว ส่วนใครยังไม่เคย คงต้องบอกว่า ต้องไปลองด้วยตัวเองครับ จะได้ “รู้สึก” เนื่องจากแค่เห็นภาพก็คงไม่พอสำหรับเส้นทางจักรยานเส้นทางนี้

เรื่องที่จะเขียนคือเรื่องของ “ความเชื่อ” ครับ

 

อ่านจากบทนำในหนังสือเล่มที่บอกนี้ พี่หนุ่มเมืองจันท์แกสาธยายถึงความเชื่อของใครหลายๆคน ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโลก ยกตัวอย่างพี่น้องตระกูลไรท์ ผู้ฝันจะบินได้ และมีความเชื่อว่าคนเราจะสามารถบินได้เหมือนนก ยกตัวอย่างโทมัส เอดิสัน ที่คิดค้นหลอดไฟจนสำเร็จ นั้นก็เริ่มต้นจากความเชื่อเช่นเดียวกัน

และถ้าจะหยิบจับเอาหลักคิดต่างๆที่หลายๆปรามาจารย์ของโลกคิดค้นขึ้น อย่างสตีเฟ่น โควี่ย์ เจ้าสำนัก 7 Habits นั่น ตัวแรกก็เริ่มต้นจาก Begin with the End in Mind ซึ่งถ้าจะแปลกันออกมา ก็แปลว่า ความเชื่อนั่นด้วยล่ะครับ

หรือจะเป็นสำนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสังคม องค์กรอย่างอาจารย์ Kotter (8-step Process for Leading Change) นั่นก็เริ่มต้นจาก Create Sense of Urgency ซึ่งก็คือการทำให้คนในสังคมองค์กร “เชื่อ” ซะก่อนว่า เฮ้ย….มันจำเป็นเร่งด่วนแล้วนาวุ้ย..ไม่งั้นตกขบวนนาวุ้ย

และอีกหลายสำนักนะครับ ไล่เลียงมาก็คงจะอีกยาว

สรุปเอารวมๆก็คือว่า การที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ พฤติกรรมคนในสังคมต้องเปลี่ยนก่อน ซึ่งก่อนหน้าที่พฤติกรรมคนในสังคมจะเปลี่ยนได้นั้น คนในสังคมต้องมี “ความเชื่อ” ก่อนครับ ว่าเปลี่ยนแล้วดีแน่ๆ มันจำเป็นต้องเปลี่ยน ถึงเวลาแล้วต้องเปลี่ยน ไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว และเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้ เชื่อว่าการปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันนั้นมันปลอดภัย มันทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา แถมมันดีต่อโลกของเราอีกด้วย

 

ย้อนกลับมาที่การสร้างสังคมจักรยานของบ้านเมืองเรา และหลังจากที่ผมได้ไปลองใช้เส้นทางจักรยาน(วิบาก)ดังกล่าวด้านบน ผมก็พบว่า ยากเหลือเกินที่จะทำให้คนในสังคม “เชื่อ” 

โดยเฉพาะเชื่อว่า การปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันนั้น “ปลอดภัย”

motor-x-bike-lane-2

 

ผมปั่นเข้าทางจักรยานนี้จากถนนพระรามเก้าครับ ปั่นมาเรื่อยๆ ไม่ต้องพูดถึงสภาพของทาง และเพื่อนร่วมทาง (ที่สวนทาง) พอมาถึงแยกลาดพร้าว ซึ่งผมต้องการที่จะไปต่อครับ ผมต้องการจะไปต่อถึงรามอินทรา รถยนต์มอไซต์ก็ข้ามสะพานลอยไป แต่สำหรับจักรยาน “คุณไม่ได้ไปต่อ” ถ้าคุณจะไปต่อ คุณต้องเลี้ยวซ้ายตามทางจักรยานหน้าตาแบบนี้ไปทางถนนลาดพร้าว และคุณมีตัวเลือกอยู่สองทาง ยกจักรยานข้ามทางสะพานลอย หรือไม่ก็ลงไปปั่นบนถนน ชิดขวา แล้วกลับรถ

ผมเลือกแบบที่สอง เสียวสุดๆ เลยไม๊ล่ะครับ นี่ขนาดว่ามือโปร แต่กับการกลับรถ ซึ่งแปลว่าเราจะต้องอยู่เลนในสุด แล้วต้องปั่นไปซ้ายสุดนะครับ

กลับเข้ามาทางจักรยาน(วิบาก)เดิม

motor-x-bike-lane-3

 

นอกจากจะมีเพื่อนร่วมทาง และผู้คุ้มกฏที่มาตั้งด่านจับเพื่อนร่วมทาง แบบขวางทางแล้ว ก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่อาศัยทางจักรยานเป็นที่พักผ่อนรอลูกค้าแบบในรูปนี่ล่ะครับ ปั่นจักรยานต้องระวังหน่อยครับ ถึงช่วงนี้ลงจูงได้ก็น่าจะดีนะครับ เพื่อความปลอดภัย

พอถึงแยกเกษตร-นวมินทร์ จะให้เลี้ยวซ้ายไปกลับรถอีกก็ไม่ไหว เสี่ยงพอกัน ผมก็ปั่นตัดเลนซ้ายมากลาง แล้วก็ปั่นขึ้นสะพานข้ามแยกไปเลย

 

เมื่อเจอสภาพแบบนี้สำหรับเส้นทางจักรยาน ก็ยากที่จะทำให้ชาวบ้านชาวเมืองเขาเชื่อได้ว่า การปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันนั้นจะปลอดภัยล่ะครับ

ใครๆก็รักชีวิต เพื่อที่จะอยู่กับคนที่เขารักจริงไหมครับ

ซึ่งเมื่อเริ่มต้น Begin with the End in Mind เป็นการ “ไม่เชื่อ” เสียแล้ว การจะก้าวไปขั้นตอนต่อไป ให้ผู้คนเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนพฤติกรรม หันมาปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันไปทำงานกันให้มากขึ้นนั้น ก็คงจะยากเสียหน่อย ยากเสียจนอาจจะ “เป็นไปไม่ได้” เลยด้วยซ้ำ

ก็คงจะมีแต่พวกเราหลายๆคนที่เริ่มปั่นแล้ว ถือเป็นพวก “หัวหมู่ทะลวงฟัน” “หน่วยกล้าตาย” “Fearless” เป็นพวก “ชอบความเสี่ยง” แต่ก็อย่าลืมหันไปมองแววตาคนข้างหลังที่รักเรากันบ้างครับ บางทีพวกเขาอาจจะไม่อยาก “เสี่ยง” กับพวกเราด้วยก็ได้

 

ใครหนอ เป็นคนที่ต้องจัดการเรื่องนี้ เรื่องทางจักรยานนี้ หากเขาคนนั้นหรือหน่วยงานนั้นมี “ความเชื่อ” ที่ถูกต้อง ทางจักรยานแบบนี้คงจะได้รับการดูแลแก้ไข ปรับปรุง ให้เหมาะสม ไม่ปล่อยให้ คนในสังคมเขา “ไม่เชื่อ” อยู่อย่างนี้อีกต่อไป เมื่อไม่มีเข็มทิศ ก็ยากที่จะไปถึง 

เพื่อนๆว่าจริงไหม?

ถ้าชอบใจ Share เล๊ย
  • 475
  •  
  •  
  •  
  •  
  • 475
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments

comments