» » เหตุผล 9 ข้อที่เราไม่ควรปั่นจักรยานไปทำงาน (ต่อ)

เหตุผล 9 ข้อที่เราไม่ควรปั่นจักรยานไปทำงาน (ต่อ)

posted in: Daily ride | 0

encourage-to-bike-to-work

(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

เมื่อวานนี้ผมเขียนบทความด้วยสำเนียงภาษาออกแนวประชดประชันเสียดสีเจ้าเหตุผลใหญ่ๆ 9 ข้อที่มีอิทธิพลต่อการออกมาปั่นจักรยานไปทำงานของผู้คน (ใครยังไม่ได้อ่านคลิกอ่านก่อนนะครับ http://www.bangkokbikerider.com/reasons-for-you-should-never-bike-to-work/ ) ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากเพื่อนๆหลายๆคน และก็ได้รับข้อเสนอแนะหลายๆข้อที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวผม ในฐานะคนเขียนบทความ ในการที่จะปรับปรุงการเขียนบทความให้ดีขึ้น น่าอ่านขึ้น รวมถึงข้อเสนอแนะอันเกี่ยวข้องกับการช่วยกันสร้างสังคมจักรยานให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ซึ่งในประเด็นนี้เอง ผมก็เลยอยากจะมาชวนเพื่อนๆคุยต่อในประเด็นนี้ เผื่อจะได้ต่อยอดความคิดกันต่อไปครับ

 

เมื่อย้อนกลับไปในประเด็นที่อยู่ในบทความของผมเมื่อวานนี้ นั่นคือเหตุผลที่เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจออกมาปั่นจักรยานไปทำงานของผู้คนส่วนมากซึ่งผมได้แจกแจงออกเป็นข้อๆได้ทั้งหมด 9 ข้อนั้น ถ้าเพื่อนๆหลายๆคนที่เคยได้ติดตามอ่านบทความของผมมาตั้งแต่ในช่วงต้นๆ นั้นจะพอนึกได้ (ผมหวังสูงไปไหมเนี่ย ฮ่า ฮ่า..) โดยในบทความเรื่อง “ทำไมน้องไม่แต่งงาน เอ๊ย ไม่ปั่นจักรยาน” ที่เขียนไว้เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมานั้น ผมได้ชวนคุยถึงแผนภูมิพีระมิดของผู้ใช้จักรยานในประเทศไทย รวมทั้งได้อ้างอิงถึงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันของผู้คนในชื่องานวิจัยว่า “ทำไมคนไทยไม่นิยมใช้จักรยาน” ซึ่งเป็นงานวิจัยที่มีการเผยแพร่อยู่ในเวบไซต์ของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย โดยผลสรุปจากงานวิจัยดังกล่าวนั้น ทำให้ได้ทราบถึงอุปสรรคที่เป็นเหตุให้คนไม่ออกมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวันครับ

Screenshot 2014-12-19 19.37.32

ซึ่งจากผลการวิจัยก็พบว่า อุปสรรคอันดับ 1-4  คือเรื่องจุดหมายปลายทางไกล ใช้มอไซต์สะดวกกว่า เรื่องแดด/ร้อน และอุปสรรคจากฝนตก ส่วนเรื่องความปลอดภัย การกลัวถูกชน กลัวอุบัติเหตุนั้นอยู่ในอันดับที่ 5 ซึ่งถ้าจะไล่เลียงดูอุปสรรคข้ออื่นๆทั้ง 33 ข้อในรูปด้านบนแล้ว ก็จะพบว่า “เหตุผล 9 ข้อที่เราไม่ควรปั่นจักรยานไปทำงาน” ที่ผมเสนอไว้ในบทความเมื่อวานนี้นั้น ก็แทรกซึมอยู่ใน  33 ข้อนี้ด้วยแล้ว ดูอย่างข้อ 30 ในรูปสิครับ “ขี้เกียจออกแรง” นั่นก็เทียบไปกับข้อ 1 ในบทความเมื่อวานนี้ของผมได้เลยเชียวล่ะ

 

ผมเป็นนักบริหารไอทีครับ ในการบริหารงานไอที มีเรื่องหนึ่งที่อาจจะนำมากล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับการจัดการการเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สิ่งที่ต้องการ อย่างการสร้างสังคมจักรยานให้เกิดขึ้นในบ้านเราได้ นั่นก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับ Problem Management ครับ (คนอยู่วงการไอทีเหมือนผมอาจจะส่ายหน้า โคตรเบื่อเลยใช่ไหมครับ เรื่องนี้) ซึ่งหลักใหญ่ใจความสาระสำคัญของ Problem Management ก็คือการทำ Root Cause Analysis นั่นก็คือการหาให้ได้ว่า ต้นตอของปัญหาที่เกี่ยวกับระบบทางด้านไอทีของเราเนี่ย มันมีสาเหตุมาจากอะไร อะไรเป็นต้นตอของปัญหานี้ ต้องหาให้เจอครับ หาเจอแล้วก็ต้องไปหาวิธีแก้มันให้ได้ ไม่อย่างนั้น ระบบเราอาจจะเกิดเหตุการณ์ล่ม ช้า ใช้งานไม่ได้ขึ้นอีก ไม่ดีแน่ๆ ถูกตัดโบนัส เพราะผลงานไม่ดี ซึ่งจะว่าไป Root Cause หรือต้นตอของปัญหาต่างๆทางด้านไอที มันสามารถแบ่งแยกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 2 กลุ่มล่ะครับ กลุ่มแรกคือ Technical Root Cause เช่น CPU ไม่พอ Mem ไม่พอ ประมาณนี้ อีกลุ่มหนึ่งก็เรียกว่าเป็น Management Root Cause ก็เช่น คุยกันไม่รู้เรื่อง สื่อสารกันไม่ดี คนไม่อยากทำ เพราะอารมณ์ไม่ดี หรือทำงานผิดพลาด ประมาณนี้

แล้วมันเกี่ยวยังไงกับการจัดการการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมจักรยานล่ะครับ มันเกี่ยวกันตรงนี้ครับ “เหตุผล 9 ข้อที่เราไม่ควรปั่นจักรยานไปทำงาน” ที่ผมได้เสนอไปในบทความเมื่อวานนี้ ในความเห็นของผมนั้น ก็คือ Management Cause หรือสาเหตุของการไม่ปั่นจักรยานมาทำงานของผู้คนต่างๆครับ ซึ่งมันอาจจะเป็น Root Cause หรืออาจจะไม่เป็นก็ได้ ถ้าเราอยากที่จะแก้ไขให้สาเหตุทั้ง 9 ข้อนี้ (หรือแม้แต่ทั้ง 33 ข้อด้านบนนั้น และแต่ละคนก็ไม่ใช่จะมีอุปสรรคทั้ง 33 ข้อหรอกนะครับ บางคนอาจะมี 1 2 หรือ 3 ข้อ เท่านั้นกระมัง) ก็ต้องหาต้นตอของมันให้เจอ แล้วก็หาทางแก้มันให้ได้ครับ ซึ่งถ้าเราสามารถแก้ไขได้ในข้อที่เป็นต้นเหตุของการที่จะไม่ออกมาปั่นจักรยานในชีวิตประจำของแต่ละบุคคลได้ นั่นก็หมายความว่า เขาคนนั้นจะลุกขึ้นมาปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน ผมเชื่ออย่างนั้น

 

หากจะมีเพื่อนๆที่ได้ติดตามอ่านบทความที่ผมเขียนมาตั้งต้นนั้น ก็คงจะพอจับทางได้ว่า นอกจากการ Encourage (ไม่รู้จะใช้ภาษาไทยว่าไงดี) ให้เพื่อนๆได้เห็นข้อดีของการออกมาปั่นจักรยานไปทำงานหรือใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ในหลายๆบทความยังพยายามที่จะเรียกร้องให้ภาครัฐหรือผู้มีบทบาทในสังคม ได้มองเห็นถึงภาพรวม มองเห็นถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมจักรยานให้ครบถ้วน ไม่ใช่แค่การลูบหน้าปะจมูก ต้องดูทั้งองคาพยพ (ผมใช้คำนี้เป็นครั้งที่สองล่ะ) ยกตัวอย่างอยู่เนืองๆในหลายๆครั้งก็เรื่องของทางจักรยาน ทางจักรยานไม่ใช่ยาวิเศษครอบจักรวาล ทางจักรยานเป็นแค่อุปสรรคอย่างหนึ่งในหลายๆข้อเท่านั้นเอง เอางบประมาณไปลงที่ทางจักรยานเป็นพันๆล้าน แต่คนยังรู้สึกว่า ตัวเหนียว ตัวเหม็น หรือกลัวจักรยานหายอยู่ เขาก็ยังไม่ออกมาปั่นจักรยานไปทำงานหรือใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ดี

ผมไม่ท้อหรอกครับ ถ้าผู้มีหน้าที่มีอำนาจจัดการเรื่องนี้โดยตรงไม่ทำ ไม่มอง ไม่สนใจ ผมก็จะพยายามทำ พยายามมอง พยายามชวนคนโน้นคนนี้ช่วยกันทำต่อไป สนุกดีซะอีก ปั่นจักรยานไป ชวนคนออกมาปั่นด้วยไป อิอิ

มาช่วยกันไม๊เล่า?

ถ้าชอบใจ Share เล๊ย
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments

comments