» » ภูมิแพ้ แต่ผมชนะ

ภูมิแพ้ แต่ผมชนะ

posted in: Daily ride | 0

allergy

สาวน้อยคนนี้เป็นลูกสาวของผมเองครับ

เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน เพราะมีอยู่คนเดียว แถมยังมีนิสัยหลายๆอย่างที่ถอดแบบมาจากผม ชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ วาดรูป เล่นดนตรี ร้องเล่นเต้นรำ โตขึ้นอาจจะเอาดีทางเป็นศิลปินเข้าค่าย(มวย)เจริญรอยตามผมก็เป็นได้

นอกจากนิสัยใจคอแล้ว สิ่งหนึ่งที่สาวน้อยคนนี้ได้รับมรดกตกทอดจากผมก็คือ “ภูมิแพ้” ครับ

 

แม่เล่าให้ฟังว่า ที่ผมเป็นโรคภูมิแพ้หนักขนาดนี้ เป็นเพราะตอนที่เกิดนั้น เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในเขตบ้านลำนารายณ์ ลพบุรี แม่ต้องนั่งเรือหางยาวตากฝนไปหาหมอตำแย พอคลอดเสร็จขากลับก็หอบผมตัวแดงๆกลับบ้านทั้งที่ฝนยังตกพรำๆ นับตั้งแต่นั้น โรคภูมแพ้ ก็อยู่เป็นเพื่อนสนิทกับผมไม่ได้ห่างไปเลย

สามวันดีสี่วันป่วย อากาศเปลี่ยนหน่อย โดนละอองฝนหน่อย โดนฝุ่นหน่อย มีอันที่ผม “แพ้” ตลอด จามฟิ๊ดฟิ้ว จมูกแดง ไอ เจ็บคอ หวัดลงคอ เป็นไข้ ลาโรงเรียน ลางาน คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ

จนสุดท้ายหมอแนะว่า ถ้าจะอักเสบขนาดนี้ ตัดทิ้งดีกว่า ผมก็ดันเชื่อหมอ ตัดทอนซิลทิ้ง กินไม่ได้ พูดอะไรไม่ได้อยู่เกือบเดือน

แต่ขอโทษ ผมก็ยังเป็น “ภูมิแพ้” อยู่เหมือนเดิม แค่ไม่มีทอนซิลให้อักเสบเป็นหนองก็เท่านั้น

 

ด้วยความบังเอิญ ผมเกิดอยากที่จะใช้เวลาในการเดินทางไปกลับทำงานไปพร้อมกับการออกกำลังกาย โดยกำเงินไปซื้อจักรยานที่ร้านแถวที่ทำงานแล้วก็ปั่นกลับบ้านในเย็นวันนั้น ระยะทางก็ไม่ไกลเท่าไร 25 กม. หลังจากที่พักไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับจักรยานมาตั้งแต่ ป.6 และหลังจากวันนั้น ผมก็ปั่นจักรยานไปกลับบ้านที่ทำงานเรื่อยมาอยู่เกือบเดือน และเมื่อปีใหม่หน้าหนาวในปีเดียวกันนั้นเอง ผมก็ไปต่างจังหวัด โดยไม่ต้องคิด เจออากาศหนาวเย็นทั้งหมอกทั้งน้ำค้างที่ต่างจังหวัด ผมไม่รอดจากการเจอเพื่อนเก่า “ภูมิแพ้” อีกเป็นแน่

ที่ไหนได้ เช้าจับจักรยานออกไปปั่นตากหมอกตากน้ำค้าง จัดซะเกือบทุกเช้าตลอดช่วงปีใหม่ ตอนเย็นตอนค่ำรึก็ตากน้ำค้างผิงไฟ เอ่า เพื่อนเก่าไม่ยักมา อาการ จาม ไอ ขี้มูกไหล เป็นหวัด ไม่ยักมาเยือนอย่างทุกครั้ง เอ่าเฮ้ย ยังไงเนี่ย อยู่ด้วยกันมาสามสิบกว่าปี ตั้งแต่วันแรกที่เกิด จะมาทิ้งกันง่ายๆแบบนี้เลยหรือไง

ครับ นับจากปีใหม่ 2014 ตลอดทั้งปี เท่าที่จำได้ ผมเป็นหวัดแค่ครั้งเดียว ผ่านช่วงหนาว เข้าหน้าร้อน เข้าหน้าฝน ปั่นตากฝน ทั้งฝนหนักฝนเบา ตกเฉียงๆ ตกฝอยๆ จนเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวอีกรอบ จนเข้าหน้าร้อนของปี 2015 จนเข้าหน้าฝน นี่ก็เดือน 9 แล้ว ผมก็เป็นไข้ ซึ่งไม่ใช่หวัดแค่ครั้งเดียวเมื่อเดือนที่แล้วนี่

 

ก่อนเขียนบทความนี้ ผมก็ไปลองค้นดูครับว่า ในวงการแพทย์เขาพูดถึงโรคภูมิแพ้กันไว้ว่าอย่างไรบ้าง ก็ไปเจอข้อมูลในเว็บไซต์ siamhealth.net เรื่องการรักษาโรคภูมิแพ้ อ่านๆดูแล้วก็ดูเหมือนว่าการรักษาโรคภูมิแพ้นี่จะไม่ง่ายเลยครับ ซึ่งส่วนมากก็จะต้องใช้ยาในการรักษา จริงเท็จไม่แน่ใจ แต่เคยได้ยินว่า ค่ารักษาก็ไม่ได้น้อยเลยทีเดียวเชียวล่ะ (น่าจะแพงกว่าราคาจักรยานของผมแน่ๆ) ก็ลองมาคิดดูต่อจากที่เขาเขียนไว้ในเว็บไซต์ข้างต้นว่า การออกกำลังกาย กายพักผ่อนที่เพียงพอ จะช่วยในระบบภูมิคุ้มกันของเรามีความสมบูรณ์ที่จะต่อสู้ และทำให้เรา “ไม่แพ้” ต่อ “โรคภูมิแพ้” อีกต่อไป

 

การปั่นจักรยานไปทำงานของผม เป็นทั้งการเดินทางและการออกกำลังกาย ทั้งเป็นยารักษาโรคภูมิแพ้เพื่อนเก่าแก่ไปพร้อมๆกัน และรวมถึงสาวน้อยคนในรูป จากที่ต้องเวียนเข้าเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หลังจากที่เธอเปลี่ยนตัวเองด้วยการเล่นยิมนาสติก เต้นรำ ว่ายน้ำ กระโดดโลดเต้น อย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง เธอก็ได้โดยทิ้งมรดกตกทอดการเป็นภูมิแพ้แล้วด้วยเช่นกันครับ

คุณผู้อ่านที่ยังแพ้อยู่ มาเอาชนะด้วยการออกกำลังกายด้วยกันสิครับ แต่ถ้าอยากออกกำลังกายแต่คำตอบที่ได้คือไม่มีเวลาล่ะก็ หาจักรยานอออกมาปั่นไปทำงานอย่างผมก็ได้นะครับ รับรองผลเลยทีเดียวเชียว

ถ้าชอบใจ Share เล๊ย
  • 343
  •  
  •  
  •  
  •  
  • 343
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments

comments