» » เหตุผล 9 ข้อที่เราไม่ควรปั่นจักรยานไปทำงาน

เหตุผล 9 ข้อที่เราไม่ควรปั่นจักรยานไปทำงาน

posted in: Daily ride | 0

the-green-bike-track

(ภาพจากประชาชาติออนไลน์ www.prachachat.net)

เอกบ้านอยู่ซอยวัดเสมียนนารี ส่วนโก๋บ้านอยู่แถวปากทางลาดพร้าว ระยะทางจากบ้านมาที่ทำงานประมาณครึ่งหนึ่งของระยะทางการปั่นไปทำงานทุกๆวันของผม เอกและโก๋เคยปั่นจักรยานจากบ้านไปหัวหิน โดยใช้เวลา 12 ชม. โก๋เคยปั่นไปเชียงคานระยะ 160 กม. สองคนนี้เห็นผมกับช่างไผ่ปั่นจักรยานมาทำงานทุกวัน ช่วงนี้ถูกผมชักชวนแทบทุกวัน แต่จนแล้วจนรอด ทั้งโก๋และเอกก็ยังไม่หยิบจักรยานออกมาปั่นไปทำงาน ผมเขียนบทความไว้หลายบทความแล้ว ที่สนับสนุนเหตุผลว่าเราควรที่จะหยิบจักรยานออกมาปั่นไปทำงาน แต่บทความนี้ ผมคงต้องมองกลับอีกด้านหนึ่ง มัน “อาจ” จะมีเหตุผลบางอย่างแน่ๆที่สนับสนุนว่า เราไม่ควรที่จะปั่นจักรยานไปทำงาน ผมลองไล่เลียงดูเป็นข้อๆ นับได้ 9 ข้อ มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

 

ข้อ 9 การปั่นจักรยานไปทำงานบนถนนร่วมกับรถประเภทอื่นๆมัน “อันตราย” เกินไป

ลองนึกภาพดูสิครับ การที่เราจะปั่นจักรยานไปบนถนนที่มีทั้งรถยนต์ รถเมล์ รถบัส รถมอเตอร์ไซต์ ที่ไม่มีน้ำใจกันทั้งนั้น แถมการปั่นจักรยานก็เหมือนกับเนื้อหุ้มเหล็ก แม้จะใส่หมวกกันน็อคเป็นโฟมบางๆแค่ครึ่งหัวจะไปป้องกันอะไรได้ ถ้าปั่นออกไปจะต้องเกิดอุบัติเหตุ ต้องถูกรถชนตายแน่ๆ ทางที่ดีเพื่อความปลอดภัยชัวร์ๆ เราควรจะอยู่ในรถที่สามารถป้องกัน เป็นเหล็กหุ้มเนื้อจะดีกว่า ไม่มีใครต้องตายจากการนั่งอยู่ในรถยนต์มาก่อนเลย นั่งรถยนต์ปลอดภัยชัวร์

ข้อ 8 เราต้องแต่งตัวชุดทำงาน ผูกไทร์ ต้องนุ่งกระโปรง

เราต้องแต่งตัวชุดทำงานออกจากบ้านทุกครั้ง จะใส่ชุดอื่นออกจากบ้านไปทำงานไม่ได้ และก็ต้องใส่ชุดนี้จนกระทั่งกลับจากทำงานจนถึงบ้าน เราไม่สามารถที่จะเอาชุดทำงานไปเก็บไว้ที่ทำงานได้ หรือเอาใส่กระเป๋าหรือเป้ตอนเราปั่นจักรยานไปทำงานได้ ยังจะมีรองเท้าอีกล่ะ เราจะดูไม่ดีเลย ถ้าเราไม่แต่งกายเรียบร้อยด้วยชุดทำงานในระหว่างเดินทางระหว่างบ้านและที่ทำงาน

ข้อ 7 เราจะต้องไปออกกำลังกายที่ Fitness ก่อนและหลังเลิกงาน

เราต้องแบกชุดออกกำลังกายใส่กระเป๋าแล้วปั่นจักรยานไปทำงาน เปลี่ยนชุด แล้วไปปั่นจักรยานออกกำลังกายที่ Fitness เปลี่ยนชุดทำงาน แล้วปั่นจักรยานไปที่ทำงาน พอตอนเย็นก็ต้องปั่นจักรยานไป Fitness เปลี่ยนชุด แล้วก็ไปวิ่งบนลู่ หรือปั่นจักรยานออกกำลังกาย แล้วก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน ฟังดูประหลาดดี ไหนๆก็จะไปวิ่งลู่ และปั่นจักรยานออกกำลังกายที่ Fitness อยู่แล้ว จะต้องปั่นจักรยานอีกทำไมกัน

ข้อ  6 กลิ่นและเหงื่อไม่เป็นที่ยอมรับในที่ทำงาน

ถ้าเรามีกลิ่นเหงื่อและกินตัวเพราะเราปั่นจักรยานไปทำงาน และที่ทำงานของเราก็ไม่มีที่อาบน้ำให้เสียด้วย มันจะถูกล้อแน่ๆ หากสมศรีสาวชั้น 8 ที่เราชอบแวะไปคุยด้วยได้กลิ่นของเรา สมศรีจะต้องทักว่า “ว๊าย พี่คะ พี่ปั่นจักรยานมาทำงานหรือคะ พี่รู้ไหม กลิ่นของพี่ เหมือนพี่เอาซากตุ๊กแกตายซากใส่กระเป๋ากางเกงมาด้วยเลยค่ะ” สมศรีคงไม่รู้หรอกกระมัง ว่ากลิ่นตัวของคน จริงๆแล้วไม่ต้องออกกำลังกายหรือปั่นจักรยานมาทำงาน ถ้าคนมันจะมีกลิ่นตัวและไม่รู้จักดูแลป้องกัน แค่เดินลงบันได กลิ่นมันก็มาแล้ว แต่ช่างเถอะ สมศรีรู้ความจริงข้อนี้ไม่เป็นไร ป้องกันไว้ดีกว่า ไม่ปั่นจักรยานมาทำงานหรอก

ข้อ 5 เราไม่มีจักรยานที่เหมาะที่จะปั่นไปทำงาน

จักรยานของเราเป็นจักรยานเสือหมอบ ล้อมันเล็ก ถนนในกรุงเทพมันไม่ดี เป็นหลุมเป็นบ่อ มีฝาท่อ สงสารจักรยาน ถ้าเป็นเสือภูเขาล้อใหญ่เมื่อไร ก็น่าจะพอปั่นไปได้ อ้อ ได้เสือภูเขามาแล้ว แต่ล้อมันใหญ่จัง ไกลขนาดนี้ รถหนักขนาดนี้ ต้องกินแรงเรามากแน่ๆ กว่าจะปั่นถึง เหนื่อยตายพอดีเลย แถมแฮนด์ตรงแบบเสือภูเขานี่เราก็ไม่เคยปั่นเคยจับเสียด้วย แล้วควรจะเลือกจักรยานแบบไหนปั่นไปทำงานดีล่ะเนี่ย

ข้อ  4 หมวกกันน็อค ไม่มีทางเสียล่ะ 

ทรงผมที่ทำมาอย่างดี จะให้ใส่หมวกกันน็อคน่ะรึ ไม่มีทางซะล่ะ จะผมฟูหรือยุ่งเหยิงไปให้น้องสมศรีชั้น 8 เห็นสถาพแบบนี้ไม่ได้ แต่ถ้าจะไม่ใส่นะ ก็ไม่ได้อีก ย้อนกลับไปดูข้อ 1 มันอันตรายเกินไป แต่ถ้าจะใส่หมวก แล้วไปทำใหม่ที่ห้องน้ำที่ทำงานก็คงไม่ได้อีก ไม่มีไดร์เป่าผม ไม่มีหวี ถ้าจะเอาไปก็ต้องแบกไปอีก

ข้อ 3 ระยะทางจากบ้านไปที่ทำงาน ทั้งไกลทั้งอันตราย มันฆ่าตัวตายชัดๆ

ถนนพหลโยธินเหรอ อันตรายที่สุด เคยอ่านรีวิวถนนพหลโยธินขาเข้าที่ bangkokbikerider เขียนเป็นบทความไว้ ถนนก็ไม่ดี รถก็เยอะ Bike Lane ก็ไม่มี ต้องไปปั่นตรงเส้นแบ่งเลน ฆ่าตัวตายชัดๆ เลยนะนั่น นี่ถ้ามีทางจักรยานที่แบ่งแยกชัดเจนนะ มีที่กั้นแยกจากรถประเภทอื่นด้วย จะไม่รีรอเลย แบบนี้ไม่ไหวนะ ไม่มี Bike Lane ไม่เอาด้วยล่ะ

ข้อ 2 ถ้าฝนตกล่ะทำไง

จะให้เปียกปอนกลับบ้านรึ ไม่มีทางซะล่ะครับ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว นั่งรถยนต์ดีกว่า มีหลังคายังไงก็ไม่เปียก ปั่นจักรยานใช้ร่มได้ที่ไหนเล่า แต่ถ้าจะมีใครมาบอกให้เตรียมเสื้อกันฝนใส่เป้ไปด้วย จะได้ปั่นจักรยานกลางสายฝนได้ แล้วรองเท้าล่ะทำไง กางเกงล่ะ ไม่ต้องเตรียมไปหมดหรือไง ยังกับจะไปค้างต่างจังหวัด นี่ไปทำงานนะครับ ทำไมต้องให้ลำบากขนาดน๊าน

ข้อ 1 อันนี้สำคัญที่สุดเลย เราจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

เคยนั่งรถไปแชทไป เล่น facebook ไป หรือขับรถแอร์เย็นๆฟังวิทยุไปสบายๆ จะต้องมาปั่นจักรยานออกแรงขา ฟังเพลงก็ไม่ได้ แชทก็ไม่ได้ แถมจะต้องดูแลจักรยานอีก ก่อนออกจากบ้านต้องเช็คลมยาง เช็คไฟหน้าไฟท้าย ต้องตื่นเช้าขึ้นอีกสิเนี่ย ไม่เอาดีกว่า ตื่นเวลาเดิม อาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้าน ขับรถหรือขึ้นรถสาธารณะไปดีกว่า วันไหนรถไม่ติดก็สบายไป แต่มันก็ติดทุกวันอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก

 

ลองนึกได้ 9 ข้อประมาณนี้ครับ ที่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่ควรปั่นจักรยานมาทำงาน เดี๋ยวผมคงต้องลองไปถามโก๋กับเอกดูว่า สำหรับเขาทั้งคู่แล้ว เหตุผลพวกนี้ใช่ไหม ที่ทำให้ผมชวนพวกเขาเท่าไร ทำให้พวกเขาดูเท่าไร เขาก็ยังไม่ออกมาปั่นจักรยานไปทำงานอย่างผมซักที

ว่าแต่ เพื่อนๆผู้อ่านล่ะครับ อยู่ในกลุ่มเดียวกับโก๋และเอกด้วยไหม?

 

ถ้าชอบใจ Share เล๊ย
  • 363
  •  
  •  
  •  
  •  
  • 363
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments

comments