» » ชื่นชม Bikexenger เมสเซนเจอร์สีเขียว

ชื่นชม Bikexenger เมสเซนเจอร์สีเขียว

posted in: Daily ride | 0

bikexenger

(ภาพโดย https://www.facebook.com/BikeXenger )

เคยดูหนังเรื่อง Premium Rush เกี่ยวกับ Bike Messenger ใน Manhattan ปั่นซิ่งนรกแล้วก็เคยมีความคิดว่า เออ ในประเทศไทยของเรา ก็น่าจะมีคนทำอาชีพนี้มั่งนะ เล่าให้น้องเขยที่ทำอาชีพ Messenger แต่ขี่มอไซต์ฟัง น้องมันบอกว่ามีแล้ว มีคนทำแล้ว ผมก็ฟังแค่นั้น แล้วก็ลืมๆไป จนมาวันนี้อยู่ดีๆ นั่งดู facebook ไปเรื่อยๆ จนบังเอิญไปเจอเข้าจนได้กับคนที่ทำอาชีพนี้ตัวจริง เป็นบริษัทรให้บริการ Messenger ในกรุงเทพในชื่อว่า BikeXenger ครับ

จากข้อมูลเว็บไซต์ของบริษัท (http://www.bikexenger.com) บอกเราไว้ว่า ก่อตั้งโดยคุณมนตรี ฉันทะยิ่งยง โดยก่อตั้งตั้งแต่ปี 2554 นับถึงตอนนี้ก็ 3 ปีเข้าไปแล้ว ตั้งแต่ก่อนหนัง Premium Rush ออกฉายโน่น

“แนวความคิดในการทำธุรกิจ จากแรงคิดที่จะผลักดันให้คนกรุงเทพฯหันมาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะในการเดินทาง เพื่อลดปัญหาการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองและสุขภาพที่ดี ทำให้กลุ่มนักปั่นจักรยาน “ไบค์เซ็นเจอร์” ริเริ่มการให้บริการรับ – ส่งเอกสารในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งใช้เวลาไม่ต่างกับการขนส่งด้วยวิธีการอื่น อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างอาชีพให้แก่นักปั่น ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร อยู่ในสถานะวิกฤติ ปริมาณยานพาหนะมีเพิ่มขึ้นจนถนนที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้เกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์ มีการปลดปล่อยมลพิษนานาชนิดสู่อากาศ ทั้งเขม่า ฝุ่นควัน ก๊าซที่มีพิษต่อสุขภาพ รวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน การบริการส่งเอกสารและพัสดุด้วยจักรยาน จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ภาคธุรกิจ”

ผมได้เปิดดูคลิปรายการที่คุณมนตรีไปออกที่มีแชร์ไว้ในเวบไซต์ เขาเล่าถึงเรื่องที่เริ่มต้นธุรกิจนี้จากการที่เมื่อกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ​ แล้วก็มาเจอรถติด ก็เลยตัดสินใจไปซื้อจักรยานมาปั่นไปทำงาน (ไม่เหมือนผม อยู่กรุงเทพมายี่สิบกว่าปี เพิ่งนึกได้ว่าควรไปซื้อจักรยานมาปั่นไปทำงาน ฮาาา) แล้วจากนั้นก็เริ่มต้นธุรกิจด้วยการมีพนักงานแค่หนึ่งคน เขาบอกว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อยมาก เป็นธุรกิจบริการ โดยเริ่มต้นจากการหาลูกค้าที่มีแนวคิดรักษ์โลกเหมือนกันจนกระทั่งดำเนินกิจการได้จนปีที่ 3 แล้ว

“การใช้จักรยานส่งเอกสารและพัสดุมีจุดเด่นคือ

  1. มีความคล่องตัวมากกว่าจักรยานยนต์ในย่านธุรกิจ หรือจุดที่มีการจราจรหนาแน่น
  2. ไม่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องน้ำมัน ไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนหากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น
  3. ไม่ปล่อยมลพิษทางเสียงและอากาศ
  4. ค่าดูแลรักษาจักรยานถูกกว่าจักรยานยนต์
  5. สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร
  6. สร้างงานให้ผู้รักในการปั่นจักรยาน
  7. กระตุ้นให้ผู้พบเห็นเกิดความต้องการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
  8. ผู้ที่ใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวัน เมื่อเห็นตัวอย่างการใช้จักรยาน อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยหันมาใช้จักรยานในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น”

ส่วนสนนราคาค่าบริการนั้น ผมไม่มีข้อมูลเลยครับ ลองหาจาก Facebook Page และในเวบไซต์ก็ไม่มีข้อมูล หากเพื่อนๆคนไหนอยากที่จะใช้บริการ ก็สามารถหาเบอร์ติดต่อได้ที่ Page ครับ สำหรับผม บอกได้เลยว่า ถ้าต้องส่งเอกสารหรือส่งของและต้องเรียกใช้ Messenger ผมจะเรียกใช้ BikeXenger อย่างแน่นอน

ส่วนที่บอกว่าชื่นชมนั้น ต้องบอกว่า พวกเขาคือ “นักปั่นจักรยานไปทำงาน”  Bike to Work ตัวจริงเสียงจริง เท่านั้นยังไม่พอ ยังเป็น “นักปั่นจักรยานทำงาน” หรือ  Bike for Work อีกต่างหาก ผมขออนุญาตยกนิ้วให้ กด Like อย่างออกนอกหน้าไปเลยครับ

ถ้าชอบใจ Share เล๊ย
  • 631
  •  
  •  
  •  
  •  
  • 631
  •  
  •  
  •  
  •  

Comments

comments